สโมสรฟุตบอล เบิร์นลี่ย์ ผู้สนับสนันหลัก
อย่างเป็นทางการ
  • ประวัติ
  • ข้อเสนอ
ประวัติ
สโมสรฟุตบอล เบิร์นลี่ย์

สโมสรฟุตบอลเบิร์นลี่ย์คือสโมสรสำหรับสมาคมฟุตบอลมืออาชีพที่ได้รับการก่อตั้งขึ้นที่เมืองเบิร์นลี่ย์ มณฑลแลงคาเชียร์ ประเทศอังกฤษ และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งฟุตบอลลีกในปี 1888

สโมสรที่มีชื่อเล่นว่า "เดอะ คลาเร็ตส์” นี้ เคยเป็นสโมสรรักบี้มาก่อนที่จะกลายเป็นสโมสรฟุตบอลเบิร์นลี่ย์ในปี 1882

เริ่มใช้สีของสโมสรเป็นสีแดงอมม่วง และฟ้าในปี 1910 เพื่อเป็นการแสดงความชื่อชมต่อ แอสตัน วิลลฃ่า ที่เป็นสโมสรเด่นของฟุตบอลอังกฤษในขณะนั้น

โดยก่อนหน้านั้นสีประจำทีมเดิมคือสีเหลืองและดำ

คติประจำทีมของเบิร์นลี่ย์คือ “Hold to the Truth’’ (Tenez Le Vraye) หรือจงยึดมั่นในความจริงเมื่อแปลเป็นภาษาไทย คตินี้แสดงอยู่บนสัญลักษณ์ของทีมที่มีภาพฝ่ามือ และผึ้ง 2 ตัว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตราที่มีเสน่ห์ที่สุดลีกก็ว่าได้

มีสนามเหย้า “เทิร์ฟ มัวร์” ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1883 ซึ่งเป็นสนามหญ้าจริงของสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ใช้งานมาเป็นเวลายาวนานที่สุดในโลก โดยที่ก่อนจะใช้สนามนี้ มีการใช้สนาม “คาลเดอร์ เวล” มาก่อนตั้งแต่เริ่ม

เบิร์นลี่ย์ได้แชมป์ฟุตบอลลีกในฤดูกาล 1920-21 และ 1959-60 พวกเขาได้แชมป์เอฟเอคัพในปี 1914 และแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ปี 1960 และ 1973

เดอะ คลาเร็ตส์ เคยเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศของศึกแชมเปี้ยนส์ลีกปี 1961 พวกเขาเป็นเพียงแค่ 1 ใน 3 ทีม(รวมทั้ง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส และเปรสตัน นอร์ธ เอนด์) ที่เคยชนะการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่นระดับอาชีพแนวหน้าของอังกฤษทั้งหมด 4 รายการ

สมาชิกทีมเกือบทั้งหมดที่ลงแข่งดิวิชั่น 1 ซีซั่น 1959-60 เคยเล่นให้กับทีมเยาวชนเบิร์นลี่ย์มาก่อน อีกทั้งเดอะ คลาเล็ตส์เองยังเป็นทีมแรกที่ให้ผู้จัดการทีมเป็นคนตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายซื้อ-ขายนักเตะ จนทำให้หลายๆสโมสรชื่อดังส่วนใหญ่ทั่วโลกเลียนแบบวิธีของเบิร์นลี่ย์ ตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เบิร์นลี่ย์สามารถคว้าแชมป์ลีกผู้ดีได้ในวันสุดท้ายของฤดูกาล จากการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 – 2 ที่สนาม เมน โร้ด

ระหว่างฤดูกาล 2000 – 2009 พวกเขาลงไปเล่นฟุตบอลลีกรองของอังกฤษ จนกระทั่งได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี หลังจากที่ชนะศึกแชมเปี้ยนชิพเพลย์ออฟเลื่อนชั้น นัดดชิงชนะเลิศ ปี 2009  แต่แล้วก็โดนปรับตกชั้นอีกครั้งหลังเล่นลีกสูงสุดไปเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น

เดอะ คลาเร็ตส์ได้กลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2014-15 หลังได้เลื่อนขั้นจากลีกแชมเปี้ยนชิพเมื่อจบฤดูกาล 2013-14 ในฐานะรองแชมป์ตามหลังเลสเตอร์ ซิตี้ ผู้ครองบัลลังก์แชมป์รอง ในวันที่ 9 พ.ค. 2015 เบิร์นลี่ย์โดนปรับตกชั้นไปเล่นแชมเปี้ยนชิพอีกแม้ว่าจะชนะฮัลล์ ซิตี้เพื่อนร่วมตกชั้น 1-0 ก็ตาม

ในวันที่ 2 พ.ค. 2016 เบิร์นลี่ย์ได้รับการเลื่อนชั้นกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้งด้วยชัยชนะเหนือ ควีน พาร์ค เรนเจอร์ส 1-0 และในวันที่ 7 พ.ค. 2016 พวกเขาสามารถการันตีตำแหน่งแชมป์ลีกรองได้อีกครั้งหลังเอาชนะชาร์ลตันแอธเลติกไปได้ 3 – 0

เบิร์นลี่ย์มีนักเตะชื่อดังหลายคน ที่สร้างคุณภาพให้ทีมอย่าง ทอมมี่ บอยล์, เกล็น ลิตเติล, จอห์น ฟรานซิส และคริส เพียร์ซ

แอนดี้ เพย์ตัน เป็นผู้มีสถิติทำประตูมากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (27 ประตู) ในฤดูกาล 1999-2000

มาสคอตของสโมสรนคือเบอร์ตี้ บี (Bertie Dee) ที่ใส่เสื้อปี 1882 เขาโด่งดังจากการวิ่งไล่ตะครุบแฟนบอลเปลือยในสนามปี 2002 ได้ออกโทรทัศน์ช่องบีบีซีในรายการกีฬา “They Thinks It’s All Over’’ ภายหลังการแข่งนั้น ในฤดูกาล 2006-07 มีการเพิ่มมาสคอตพายของฮอลแลนด์ “สแตน เดอะ พาย แมน” เข้ามาตามข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์ให้ทีม

เบิร์นลี่ย์จะเป็นอีกทีมหนี่งที่เฝ้าระวังศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-17 ที่กำลังจะมาถึง

ตารางเกียรติประวัติ
พรีเมียร์ ลีก/ดิวิชั่น 1 (แชมป์ - ดิวิชั่น 1 (2 สมัย): 1920-21 และ 1959-60 รองแชมป์ - ดิวิชั่น 1 (2 สมัย): 1919-20 และ 1961-62 อันดับที่ 3 - ดิวิชั่น 1 (5 สมัย): 1898-89, 1921-22, 1947-88, 1962-63 และ 1965-66 แชมเปี้ยนชิพ/ดิวิชั่น 2 แชมป์ - ดิวิชั่น 2 (3 สมัย): 1897-98, 1972-73 และ 2015-16 รองแชมป์ - ดิวิชั่น 2 (3 สมัย): 1912-13, 1946-47 และ 2013-14 แชมป์ - ดิวิชั่น 2 จากเพลย์ออฟ (เลื่อนชั่น) (1 สมัย): 2008-09)
เอฟเอ คัพ (แชมป์ – เอฟเอ คัพ(1 สมัย): 1914 รองแชมป์ – เอฟเอ คัพ (2 สมัย): 1947 และ 1962)
ลีก คัพ (รองแชมป์ (4 สมัย): 1960-61, 1968-69, 1982-83 และ 2008-09)
เอฟเอคอมมิวนิตี้ ชิลด์ (แชมป์ (1 สมัย): 1973 แชมป์ร่วม (1 สมัย): 1960 รองแชมป์ (1 สมัย): 1921 ไม่ได้เล่น (1 สมัย): 1914)
แชมเปี้ยนส์ ลีก (เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ (1 สมัย): 1960-61)
ข้อเสนอ
ฝากเงินครั้งแรก โบนัส 100%
โบนัสสุงสุด 10,000 บาท ยอดเทิร์นก่อนถอนต่ำ
ไม่มีใครกล้าให้คุณ มากเท่าดาฟาเบท
สมัครตอนนี้